วันนั้นท้องฟ้าพังทลาย รอยแยกประหนึ่งฮุ่นตุ้นแห่งปฐมกาล ลึกยิ่งกว่าราตรียาวนาน แล้วมีธารดาวไหลทะลักเข้ามา ชั่วพริบตาดาวก็เรียงรายเต็มฟ้า เลือนลางเห็นเพียงเดือนตะวันค่อยๆ โคจรขึ้นพร้อมกันที่ขอบฟ้า เบื้องหลังมีดวงดาวหนาแน่น ส่องแสงระยิบราวดวงตา ดุจจะบีบบังคับให้เดือนตะวันพบปะกัน ขณะที่เดือนตะวันบรรจบกันชั่วพริบตา ฟ้าดินเงียบงัน เหลือเพียงเสียงลั่นสะท้าน แล้วฟ้าก็ไร้เดือนตะวัน เดือนตะวันดุจดาวตกจมตกลงไป
ข้าไปสำรวจ เห็นเพียงความรกร้างไร้เดือนไร้ตะวัน มีแต่สองเทพสัตว์แสงไหลรินเจิดจรัส หันหลังให้กันแล้วมุ่งไป ชั่วพริบตา เทพสัตว์ตนหนึ่งกระโจนมาตรงหน้าข้า รูปร่างคล้ายสิงห์คล้ายเสือ หน้าผากประดับจันทร์แรม เงินวาวเต็มกาย จ้องมองสรรพสิ่งอย่างเหยียดหยาม แสงจันทร์เงินที่มันส่องไปถึง วิญญาณพเนจรและสัตว์ร้ายไม่อาจซ่อนตัว สิ่งที่หนีไม่ทัน สูญสิ้นรูปกาย กลายเป็นละอองดาว สลายหมดสิ้น
ข้าสะพรึงกลัวจนตัวสั่น ไม่กล้าขยับ จึงซ่อนตัวอยู่ ณ ที่นี้ จนกระทั่งมันจากไป
จันทร์ลอยตะวันตกเฉียงเหนือถึงสุดขีดฟ้า มงกุฎห้อยแสงคล้องสายรุ้ง
อยู่ในโลกจะมีเรื่องใดเล่า ก้าวเข้าวัฏสงสารไม่มีวันวาง