อวี่เหวินฉือกลั้นพลังโกรธไว้สุดกำลัง กวาดดาบฟันไปยังเด็กหนุ่มรับใช้
แกร๊ง
ตะเกียบเหล็กคู่หนึ่งขวางทางเจียซวงไว้ บนใบดาบที่เรียบเกลี้ยงดุจกระจกเงา ปรากฏรอยตื้นๆ ขึ้นมาเส้นหนึ่ง
อวี่เหวินฉือหันกลับมา เห็นซุนเสวี่ยเฉินมือถือตะเกียบเหล็ก แต่ดุจกุมกระบี่วิเศษอยู่ในมือ ท่าทางองอาจราวยอดกระบี่ผู้ไม่เกรงกลัวเทพมาร ตะเกียบเหล็กหลังส่งพลังเข้าไปก็เปล่งแสงไหลรินทั่วทั้งร่าง พลังกระบี่แผ่ซ่านไปทุกทิศ สายลมหนาวพัดกระหน่ำ ชุดคลุมของซุนเสวี่ยเฉินกวาดพองดุจใบเรือ
อวี่เหวินฉือใช้เจียซวงบล็อกไว้ได้จึงนึกขึ้นมาว่า ท่านี้คือท่ากระบี่ที่สร้างชื่อให้ซุนเสวี่ยเฉิน
หนึ่งคืบปะทะสามศอก สี่ตำลึงปัดพันชั่ง
ที่เรียกว่าอาวุธเทพนั้น ไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากอาวุธคมที่ห่อหุ้มด้วยจิตนิมิตที่หลอมจากความปรารถนา สำเร็จก็เพราะจิตนี้ พ่ายก็เพราะจิตนี้
ตัดความยึดมั่นในชัยชนะ ความพ่ายแพ้ เกียรติยศ และอัปยศลงได้ จึงจะบรรลุหัวใจกระบี่ไร้เสียดาย
"สังหารจิตรุนแรงเกินไป แค่เจ้า ก็คู่ควรใช้เจียซวงหรือ?"
ตะเกียบเหล็กในมือเขาขณะนี้หยิบยกอย่างอิสระ ท่ากระบี่เปิดกว้างกวาดไกล เป็นไปตามใจปรารถนา
ในใจมีกระบี่ สรรพสิ่งล้วนเป็นกระบี่ได้ทั้งสิ้น
เด็กหนุ่มรับใช้ดูจนตะลึงไป เขาจะเล่าความทรงจำนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นร้อยเป็นพันครั้งตลอดชีวิตที่เหลือ
จันทร์แจ่มปีนขึ้นขอบหน้าต่าง ฝุ่นควันจางหายสิ้น ท่าสุดท้าย ตะเกียบเหล็กแทงตรงไปยังช่องเสือของอวี่เหวินฉือ เจียซวงหลุดมือ ตกลงสู่ผืนดินพร้อมกับสายน้ำที่ละลายจากแท่งน้ำแข็ง